ทางเข้า GClub ในศึกดาร์บี้แมตช์แห่งแคว้น ลอร์แรน

ทางเข้า GClub

ครึ่งแรก เพียงนาทีที่ 2 ทางเข้า GClub โซโชซ์ได้ประตูนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว เมื่อกีราน เอ็นดาว มิดฟิลด์ยิงระยะไกลเข้าประตูไป โดยนาที 44 เจ้าถิ่นต้องมาเสีย มาติเยอ วัลบูเอน่า บาดเจ็บถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม และเป็น ค็องกา อกาเล่ ถูกส่งลงมาเล่นแทน จบครึ่งแรก โซโชซ์นำ 1-0 ครึ่งหลัง โอแอ็มเกือบได้ประตู เมื่อ โมแดสต์ เอ็มบามี่ มิดฟิลด์ยิงระยะไกล 25 หลา บอลพุ่งชนเสาอย่างจังนาที 56 โดยเวลาที่เหลืออยู่ เจ้าถิ่นยังพยายามต่อไป ทว่าสุดท้ายพวกเขาไม่สามารถยิงประตูได้ จบเกม โซโชซ์ บุกมาชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย 1-0 น็องซี่ 2 – แอฟเซ เม็ตซ์ 1 น็องซี่ ทีมอันดับ 3 ลีก เอิง เปิดบ้านพบ แอฟเซ เม็ตซ์ ทีมบ๊วย ในศึกดาร์บี้แมตช์แห่งแคว้นลอร์แรน ซึ่งทั้งสองทีมอยู่ทางฝั่งตะวันออกของฝรั่งเศส โดยเม็ตซ์ ลงเล่นเมื่อคืนวันพุธที่ 19 มีนาคมด้วยการบุกไปชนะ ลอริยองต์ 1-0 ในเฟร้นช์ คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย เกมนี้ ปาโบล คอร์เรีย เทรนเนอร์ชาวอุรุกวัยของน็องซี่ไม่มี เซบาสเตียง ปุยเกรอนิเย่ร์ เซนเตอร์ฮาล์ฟติดโทษแบน 1 นัด ทำให้ มิกกาแอล เครเตียง ได้ลงเล่นแทนคู่กับ อองเดร หลุยส์ ส่วนอีฟญง ปูลิกูแอ็น เทรนเนอร์เม็ตซ์ส่ง ดาเนี่ยล กีกั๊กซ์ และเซดริก บาร์กโบซ่านำทีม ในครึ่งแรก นาที 35 โลร็องต์ อากูอาซี่ มิดฟิลด์เม็ตซ์ยิงฟรีคิกเต็มเท้า บอลพุ่งเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย จากนั้นนาที 43 เป็นโอกาสของน็องซี่ เมื่อแบ็งฌาแม็ง กาวานง เปิดลูกเตะมุมเข้ามาหน้าประตู ยุสซุฟ ฮัดจิ มิดฟิลด์ทีมชาติโมร็อกโกโหม่งข้ามคาน บาคาร่า GClub จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0 มาถึงครึ่งหลัง นาที 50 น็องซี่ได้ประตูนำ 1-0 จากลูกเตะมุม แบ็งฌาแม็ง กาวานงยิงจังหวะแรกติดกองหลังเม็ตซ์ บอลกระดอนมาเข้าทาง ยุสซุฟ ฮัดจิ ซัดที่เสาสองเข้าประตูไป แต่ช่วงท้ายเกม นาที 86 เม็ตซ์ตามตีเสมอเป็น 1-1 รูดี้ เฌสเตอเด้ พาบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนเปิดเข้ากลางให้ แว็งซ็องต์ เบสซาต์ ตัวสำรองยิงเข้าไปอย่างใจเย็น อย่างไรก็ตาม น็องซี่ กลับมานำอีกครั้งเป็น 2-1 จากลูกเตะมุม บอลมาเข้าทาง มิชาแอล เครเตียง เซนเตอร์ฮาล์ฟ เปิดต่อให้ มงแซฟ แซร์กก้า ขึ้นโขกตุงตาข่าย นาที 88 และนาที 92 น็องซี่ เหลือผู้เล่น 10 คน หลังจากที่ มิชาแอล เครเตียง กองหลังโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดง ถูกไล่ออกจากสนาม เมื่อทำฟาวล์ เซดริก บาร์กโบซ่า อย่างน่าเกลียด จบเกม น็องซี่ เฉือนชนะ แอฟเซ เม็ตซ์ 2-1 ฟุตบอลพรีเมียร์ชิพ อังกฤษ แมนฯยูไนเต็ด 3 – ลิเวอร์พูล 0 “ปีศาจแดง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรัง โอลด์ แทร๊ฟฟอร์ด ทำศึก “วันแดงเดือด” กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล งานนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามโดยมี เวย์น รูนี่ย์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ขณะที่ คริสเตียโน่ คาสิโน GClub โรนัลโด้, พอล สโคลส์, ไรอัน กิ๊กส์, ไมเคิ่ล คาร์ริก และ อันแดร์สัน อยู่กันครบ ขณะที่ คาร์ลอส เตเวซ นั่งสำรอง ฝั่งทีมเยือนก็สมบูรณ์เช่นกันนำมาโดย เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่กำลังร้อนแรงมี ไรอัล เบเบิ้ล กับ เดิร์ค เค้าท์ อยู่ในแนวรุกด้วย ออกสตาร์ต 6 นาที แมนฯยูไนเต็ด ได้ลุ้นก่อนเมื่อ อันแดร์สัน จ่ายทะลุให้ เวย์น รูนี่ย์ หลุดเข้าไปยิงในเขต แต่เสียหลักนิดหน่อยเพราะมี เจมี่ คาร์ราเกอร์ บี้อยู่ทำให้ รูนี่ย์ ยิงไปติดเซฟของ โฆเซ่ เรน่า หลังจากนั้น 7 นาที ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นบ้างเมื่อ อัลวาโร่ อาร์เบลัว หลุดไปทางซ้ายสวยเหลือเกิน แต่กึ่งยิงกึ่งผ่านไม่ดีเอาซะเลย บอลผ่านหน้าประตูไปแบบน่าเสียดาย โดยก่อนหน้านั้น ฮาเบียร์ มาสเคราโน่ รับใบเหลืองเป็นคนแรกจากการไม่ยอมรับการตัดสินของ สตีฟ เบนเนตต์ ผ่านไปถึงกลางครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด น่าได้เหลือเกินเมื่อได้ฟรีคิกทางขวา ไรอัน กิ๊กส์ โยนเข้าไปที่เสาสอง มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่หลุดไปยิงเผาขน บอลชนเสากระดอนออกไปน่าเสียดาย จากนั้น หงส์แดง ได้ลุ้นบ้าง น.26 เมื่อ สตีเว่น เจอร์ราร์ด สับไกจากระยะ 25 หลาแฉลบหลังผู้เล่น แมนฯยูไนเต็ด ข้ามคานแบบสุดเสียว แล้วก็เป็นเจ้าถิ่นที่ทำประตูขึ้นนำ น.34 จาก เวย์น รูนี่ย์ ที่โยนบอลทางซ้ายให้ เวส บราวน์ กระโดดเช้าชาร์จโดนหลังในกรอบ 6 หลาบอลสวนทาง เรน่า เข้าประตูไป แมนฯยูไนเต็ด นำ 1-0 ก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาที แมนฯยูฯ เกือบได้อีก เมื่อ รูนี่ย์ ได้โหม่งกดลงพื้นไม่ถึง 10 หลา แต่ตรงตัวของ เรน่า GClub จากนั้นไม่นาน เรน่า ขว้างบอลไม่ดูตาม้าตาเรือโดน อันแเดร์สัน ตัดได้แล้วยิงสวน 35 หลาโด่งข้ามคานออกไป ก่อนหมดเวลานาทีเดียว ลิเวอร์พูล ต้องเหลือ 10 คนเมื่อ ฮาเบียร์ มาสเคราโน่ อารมณ์เสียวิ่งเข้าไปต่อว่าต่อขาน สตีฟ เบนเนตต์ จึงทำให้โดนชักใบเหลืองที่ 2 กลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามแบบไม่น่าโดน หมดครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด นำ 1-0 ครึ่งหลังทั้งสองทีมไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น เริ่มเขี่ยบอลได้นาทีเดียว แมนฯยูฯ เกือบได้เม็ดที่ 2 เมื่อ โรนัลโด้ หลุดไปกระดกบอลในเขตโทษ แต่ติดเซฟของ เรน่า ซะก่อน น.53 แมนฯยูไนเต็ด ได้ฟรีคิกทางซ้าย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วิ่งเข้าไปอัดด้วยขวา บอลผ่านกำแพงและถากเสาออกไปน่าเสียดาย