วิธีเล่นพนันบอล ประสานงานของสามเกมรุก

วิธีเล่นพนันบอล

ภาพเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ใน วิธีเล่นพนันบอล เทปโทรทัศน์แสดงให้เห็นว่า บูร์ดิสโซ่ กำลังเปิดฉากฉะกับ การ์ลอส มาร์เชน่า กองหลัง บาเลนเซีย ที่กลางสนาม ก่อนที่ นาบาร์โร่ จะดอดเข้าไปร่วมวง ปล่อยหมัดเด็ดใส่ดั้งของกองหลังชาวอาร์ เจนไตน์เข้าอย่างจัง จากนั้นจึงพยายามวิ่งหนีการไล่ล่าของผู้เล่น อินเตอร์ คนอื่นๆ ออกจากสนามอย่างไม่คิดชีวิต ซึ่งทำให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลายติดพันไปถึงในอุโมงค์ทางเข้าห้องแต่งตัว ร้อนถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องเข้ามาจัดการแยกฝูงนักเตะอารมณ์เดือดของทั้งสองฝ่ายออกจากกัน ซึ่งก็มีรายงานจากสื่อท้องถิ่นด้วยว่า นาบาร์โร่ ต้องหนีออกนอกสนามโดยใช้ ประตูหลังเลยทีเดียว “ตอนที่ผมเห็นว่าพวกเขาพยายามจะเข้าไปเล่นงาน การ์ลอส ผมก็วิ่งลงไปในสนาม ผมเห็น บูร์ดิสโซ่ และจะไปแยกพวกเขาออกจากกัน แต่แล้วผมก็เกิดบันดาลโทสะขึ้นมาดื้อๆ ผม คาดว่าตัวเองคงต้องโดนลงโทษ ผมเสียใจมากๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น และผมจะยอมรับโทษทัณฑ์ทุกอย่างไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหนก็ตาม” นาบาร์โร่ ซึ่งยืนยันจะต่อสายโทรศัพท์ถึง บูร์ดิสโซ่ เพื่อเอ่ย ปากขอโทษ กล่าวในที่สุด ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของลีลล์จากฝรั่งเศส โดยเกมแรกปีศาจแดงสามารถเอาชนะมาได้ก่อน 1-0 จากฟรีคิกปัญหาของไรอัน กิ๊กส์ ซึ่งเกมนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มีการปรับทัพ ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในนัดเปิดสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับมือ ลีลล์ โดยเกมรับฝั่งซ้าย ปาทริซ เอวร่า ไม่ผ่านความฟิตต้องส่ง มิคาเอล ซิลแวสตร์ มาทำหน้าที่แทน ส่วนแดนกลางถอด ไรอัน กิ๊กส์ ออกและก็ส่ง จอห์น โอเชีย มาเล่นเกมรับ แดนหน้าเป็นการประสานงานกันของสามเกมรุก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ , เวย์น รูนี่ย และเฮนริค ลาร์สสัน ที่จะเล่นเกมยุโรปให้ทีมจากอังกฤษเป็นนัดสุดท้าย ด้าน โคล้ด ปูแอล มีปัญหาในการจัดทีม ลีลล์ พอสมควรเมื่อตัวหลักอย่าง มาติเยอ บ็อดแมร์ และโยฮัน กาบาย มีปัญหาบาดเจ็บ แต่ก็ได้ อับดุล กาแดร์ เกอิต้า พ้นโทษแบนกลับมาลงสนามอีกครั้ง โดยเกมนี้ความหวังของทีมจากฝรั่งเศสคงอยู่กับ ปีเตอร์ โอเดมวินกี้ หัวหอกทีมชาติไนจีเรีย ซึ่งยืนเป็นหน้าตัวเป้า เริ่มเกมการแข่งขันแม้ว่า สโบเบ็ต แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้เปรียบจากสกอร์ที่บุกไปชนะ ลีลล์ มาก่อน 1-0 ในนัดแรก แต่ขุนพล เร้ด เดวิลส์ เป็นฝ่ายเดินหน้าบุกใส่ทีมเยือนเป็นระลอกและก็น่าจะได้ประตูนำในช่วง 15 นาทีแรก เมื่อ พอล สโคลส์ หลุดไปทางขวาเปิดบอลไปเสาไกลให้ เวย์น รูนี่ย์ ตวัดยิงทันทีแต่ติดบล็อกกองหลัง ลีลล์ ออกไป จังหวะถัดมาในลูกเตะมุม จอห์น โอเชีย เติมขึ้นมาโขกบอลไปกระแทกคานออกมา ผ่านครึ่งทางของครึ่งแรก ลีลล์ ซึ่งยังครองบอลบุกไม่ค่อยได้ แต่อาศัยลูกฟรีคิกเกือบเล่นงานเจ้าถิ่นเช่นกัน เมื่อ ฌอง มากูน เติมขึ้นมาโหม่งบอลจากการเปิดเข้ามาของเพื่อนแต่ก็ไปตรงตัว เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ครึ่งชั่วโมงผ่านไป แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มเก็บบอลในแดนกลางไม่ได้ทำให้เกมเริ่มกลับมาสูสี ช่วงทดเจ็บทีมเยือนได้ลุ้นทิ้งท้าย มาติเยอ ชัลเม่ เติมเกมขึ้นมาก่อนผ่านบอลไปในเขตโทษกะให้ ปีเตอร์ โอเดมวินกี้ โฉบทำประตูแต่เพื่อนดันเข้าไม่ถึง ทำให้จบ 45 นาทีแรก สกอร์ยังตรึงอยู่ที่ 0-0 เปิดฉากครึ่งหลัง โคล้ด ปูแอล มีการแก้เกมให้ ลีลล์ ทันทีด้วยการส่ง มาติเยอ เดบูชี่ ลงมาช่วยเกมแดนกลางแทน มิเชล บาสตอส

และทีมเยือนก็เกือบได้ประตูที่ต้องการเมื่อ แกรี่ เนวิลล์ โหม่งเคลียร์ลูกฟรีคิกไม่ขาดทำให้ โอเดมวินกี้ ได้โหม่งเช็ดส่งบอลไปกระแทกเสาออกมา ผ่านหนึ่งชั่วโมงเป็น ลีลล์ ที่ครองเกมบุกได้มากกว่าแต่จังหวะยิงเน้นไปทางยิงไกลมากกว่า เนื่องจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ค่อนข้างไปเน้นในเกมตั้งรับ หลังจากตั้งรับมานานจังหวะทะลุสวนกลับของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลุดขึ้นไปทางซ้ายก่อนเปิดบอลเข้ากลางให้ เฮนริค ลาร์สสัน โหนโหม่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 72 สองนาทีถัดมา เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็เปลี่ยน ลาร์สสัน ออกมาพร้อมกับให้โอกาส อลัน สมิธ ลงไปยืดเส้นยืดสายบ้าง ลีลล์ ยังพยายามฮึด เกอิต้า ลากจากขวาตัดเข้ามายิงบอลเฉียดเสาไป ช่วงท้ายเกม ทีมเยือนพยายามฮึดเฮือกสุดท้ายแต่ไม่มีผล ครบ 90 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ประคองตัวย้ำชัยอีก 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ด้วยสกอร์รวมสองนัด 2-0 อาร์เซนอล (อังกฤษ) 1 พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น (ฮอลแลนด์) 0 ปืนใหญ่ อาร์เซนอลเปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น จากฮอลแลนด์ ที่เกมแรกเจ้าบ้านจากอังกฤษเป็นพ่ายมาก่อน 0-1 พนันบอล ทำให้เกมนี้ต้องชนะสถานเดียว โดยวางเอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ลงล่าตาข่ายร่วมกับฮูลิโอ บัปติสต้า ขณะที่เธียร์รี่ อองรี มีชื่ออยู่ที่ม้านั่งสำรอง ส่วนทีมเยือนใช้บริการอรูน่า โคเน่ กองหน้าไอวอรี่โคสต์ ป่วนแนวรับเจ้าบ้านร่วมกับเจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน เริ่มเกม อาร์เซนอลเปิดแกบุกเข้าใส่ทีมเยือนจากแดนกังหันลมทันที โดยนาทีที่ 8 โคโล่ ตูเร่ กองหลังไอวอรี่โคสต์ของเจ้าบ้านได้เติมขึ้นไปยิงที่มุมเขตโทษด้านขวา แต่บอลเฉี่ยวเสาแรกออกไป ขณะที่ 4 นาทีต่อมา เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน มีโอกาสกดดันแนวรับเจ้าบ้านบ้าง แต่จังหวะยิงด้วยขวา ยังหลุดกรอบออกไป จากนั้น รูปเกมเป็นเจ้าบ้านจากอังกฤษที่เดินเกมได้ดีกว่า โดยอเดบายอร์ได้ขึ้นโขกในกรอบเขตโทษ ในนาทีที่ 22 แต่บอลเฉี่ยวเสาออกไปอีกครั้ง ถัดมา 5 นาที บัปติสต้า มีโอกาสวอลเลย์ในเขตโทษ แต่บอลเหินข้ามคานไปอีก เข้าสู่ช่วงครึ่งชั่วโมงของเกม อรูน่า โคเน่มีอาการบาดเจ็บ ขณะที่นาทีที่ 36 บัปติสต้ามีโอกาสลอยตัววอลเลย์อีกครั้ง แต่บอลยังควบคุมทิศทางให้ตรงกรอบไม่ได้ ก่อนที่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเกม โคเน่ต้องถูกเปลี่ยนตัวออก ช่วงเวลาที่เหลือของครึ่งแรก เจ้าบ้านพยายามนวดแนวรับทีมเยือน แต่ก็ยังไม่เฉียบคม ทำให้จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0 เริ่มครึ่งหลัง รูปเกมโดยรวมยังคงเป็นแนวเดิม โดยเป็นอาร์เซนอลที่ขึงแนวรับทีมเยือน เข้าไปยิงประตู แต่พีเอสวี ยังช่วยแก้ไขกันได้ดี จนกระทั่งเข้าสู่นาทีที่ 58 กองเชียร์ในเอมิเรตส์ สเตเดียมก็มาดังกระหึ่ม เมื่อเดนิลสัน ได้เปิดลูกเตะมุม บอลพุ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษที่เสาใกล้ ก่อนจะเป็นโกเมซ ผู้รักษาประตูทีมเยือนที่พยายามจะปัดบอลออกมา แต่บอลดันไปโดนเข่าอเล็กซ์ กองหลังชาวบราซิลเข้าสู่ก้นตาข่ายเป็น 1-0 จากนั้น อาร์เซนอลไม่รีรอที่จะเปิดเกมรุกต่อทันที โดย 2 นาทีถัดมา อเดบายอร์ และฟาเบรกาสมีโอกาสบวกให้เจ้าบ้านคนละหน แต่ยังไม่เฉียบขาด