เริ่มเกม จีคลับคาสิโน หงส์แดงเดินเกมบุกเข้าใส่ทันที

จีคลับคาสิโน

 GClub

เริ่มเกม “หงส์แดง” เดินเกมบุกเข้าใส่ทันที จีคลับคาสิโน และนาทีที่ 3 เดิร์ก เคาท์ มีโอกาสฮาล์ฟวอลเลย์ระยะ 20 หลา แต่บอลไม่ตรงกรอบ แต่ถัดมาอีก 3 นาที ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูขึ้นนำ จากจุดเริ่มที่ เคาท์ ตอกส้นส่งต่อให้ อาร์เบลัว ที่เติมเกมขึ้นมาทางขวาจ่ายตัดเข้ามา แล้วเป็น ตอร์เรส แปเข้าไป ให้เจ้าบ้านนำ 1-0

พอโดนนำ เชลซี ฮึดทันที และนาทีที่ 7 ดร็อกบา มีโอกาสทอง เมื่อได้ยิงจังๆในกรอบเขตโทษ แต่ เรน่า ออกมาปิดมุมทัน จากนั้น รูปเกมเป็นของทีมเยือนที่บุกเข้ากดดันเจ้าบ้าน แถมมีโอกาสยิงหลายครั้งจากมาลูด้า และแลมพาร์ด ที่ติดบล็อก รวมถึงลูกฟรีคิกของแลมพาร์ด และอเล็กซ์ คนละครั้ง แต่บอลไปติดกำแพง

นาทีที่ 24 มาลูด้า สบโอกาสเติมขึ้นมายิงด้วยซ้าย ส่งบอลเฉี่ยวเสาสองไปนิดเดียว แต่ถัดมา 2 นาที ลิเวอร์พูล ตอบโต้จากลูกยิงของ ตอร์เรส แต่ไม่ตรงกรอบ ถัดจากนั้น เกมผลัดกันรุก และรับอย่างสนุก แต่ก็ยังจบสกอร์กันไม่ตรงกรอบ

กระทั่งเกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 39 เชลซี เว็บ GClub ก็มาได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะเตะมุมของ มาลูด้า บอลลอยมาที่เสาแรกโดยที่ เรน่า ไม่ออกมา ก่อนจะเป็นบรานิสลาฟ อิวาโนวิช ทะยานขึ้นมาโขกเหนือกลุ่มแนวรับ “หงส์แดง” ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายให้สกอร์เปลี่ยนเป็น 1-1 ท้ายครึ่งแรก ลิเวอร์พูล พยายามเดินเกมกดดัน แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่คมพอ ทำให้ จบ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ด้วยสกอร์นี้

มาต่อครึ่งหลัง เจอร์ราร์ด ได้ทักทายให้เจ้าบ้านก่อนจากลูกยิงไกล แต่บอลไม่ตรงกรอบ ถัดมานาทีเดียว เชลซี น่าจะได้ประตูแซงขึ้นนำ เมื่อ ดร็อกบา ได้บอลหลุดมาทางซ้ายก่อนยิงสวนตัว เรน่า แต่เป็น คาร์ราเกอร์ ที่มาช่วยเคลียร์บอลจากเส้นประตู

นาทีที่ 53 แลมพาร์ด มีจังหวะจบให้ เรน่า ต้องออกแรงอีกครั้ง ขณะที่ ตอร์เรส ก็ป่วนแนวรับทีมเยือน แต่จังหวะยิงสุดท้ายยังเฉี่ยวเสาออกไปในจังหวะถัดมา แต่นาทีที่ 56 บัลลัค พลาดจังหวะทำประตูให้ทีมเยือน เมื่อจังหวะจบไปติดเซฟ เรน่า

มาถึงหนึ่งชั่วโมงของเกม สมัคร GClub เชลซี เริ่มคุมเกมได้ดีกว่าเจ้าบ้าน แต่ทีมต้องมาพบข่าวร้ายเมื่อจอห์น เทอร์รี่ ไปปะทะกับ เรน่า ในกรอบ 6 หลา ผู้ตัดสินชูใบเหลืองจะทำให้เกมที่ 2 กัปตัน “สิงห์บลูส์” จะอดลงเล่น แต่ทว่าหลังจากพบข่าวร้ายแค่ 2 นาที เชลซี ก็มาได้เฮดังๆ จากจังหวะเตะมุมอีกครั้ง เมื่อ แลมพาร์ด ได้โยนเข้ามา ก่อนจะเป็น อิวาโนวิช เจ้าเก่าที่สอดขึ้นมาตรงกลางได้โขกย้อนส่งบอลเข้าประตูให้ เชลซี แซงนำ 1-2 ชนิดที่ เรน่า ได้แต่บ่นเพื่อนร่วมทีมที่ไม่มีตัวประกบ

พอเสียประตูนี้ไป ลิเวอร์พูล เริ่มขยับที่ม้านั่งสำรองทันที โดย เบนายูน ได้โอกาสลงมาแทน ริเอร่า แต่ก่อนที่ปีกทีมชาติอิสราเอลจะได้ลงไม่กี่อึดใจ เชลซี ก็มาได้ประตูหนีห่างไปอีก จากจังหวะที่ แลมพาร์ด แทงบอลตัดหลังแบ็กให้ มาลูด้า ที่ยืนเช็กไลน์ทางปีกซ้าย ก่อนจะปาดเข้ามาอย่างพอดิบพอดีให้ ดร็อกบา ทิ้งตัวชาร์จเข้าไป สกอร์เป็น 1-3 ในนาทีที่ 67

เข้าสู่ 20 นาทีสุดท้าย เจ้าบ้านยังไม่ดีขึ้น แถมมาลูด้า ยังได้จบให้ เรน่า ต้องเหนื่อยอีก ถัดมาอีก 3 นาที บัลลัค ได้ลองบ้าง แต่ไม่ตรงกรอบ จากนั้น ลิเวอร์พูล ต้องแก้เกม ส่งดอสเซน่า และบาเบล ลงมาแทน ออเรลิโอ และลูคัส

ท้ายเกม เชลซี ส่ง อเนลก้า ลงมาแทน ดร็อกบา และทิ้งศูนย์หน้าฝรั่งเศสไว้แดนหน้าคนเดียว ส่วนที่เหลือช่วยกันลงไปแพ็คเกมรับอย่างเหนียวแน่น และก็ได้ผล แถมยังได้โอกาสจบจาก แลมพาร์ด ด้วยในนาทีที่ 89 แต่ เรน่า ออกมาบล็อกทัน ช่วงที่เหลือเจ้าบ้านไม่สามารถทำอะไรได้ ทำให้จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล แพ้ เชลซี 1-3 ต้องไปลุ้นนัดที่ 2 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ บาร์เซโลน่า (สเปน) ชนะ บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน) 4-0

บาเยิร์น มิวนิค ที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเพิ่งโชว์ฟอร์มเทพ ไล่อัด สปอร์ติ้ง ลิสบอน พังยับรวมสองนัด 12 ลูก มาเจอของแข็งอย่าง บาร์เซโลน่า เต็ง 1 ของรายการ โดยเกมนี้ทีมเยือนไม่มีมิโรสลาฟ โคลเซ่ ที่เจ็บ ขณะที่แผนการเล่นเน้นอัดกลางแน่น และทิ้งลูก้า โทนี่ ไว้ค้ำแดนหน้าคนเดียว

เปิดฉากขึ้นมา “เจ้าบุญทุ่ม” ไม่พูดพร่ำทำเพลงเป็นฝ่ายเดินหน้าเข้าหาทันที และแค่ 6 นาทีแรกเกือบจะได้ประตูขึ้นนำ ชาบี ไหลให้ อองรี หลุดเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษทางขวาบอลจะเข้าประตูอยู่แล้ว แต่ เดมิเคลิส สกัดบนเส้นพอดี แต่อีก 2 นาทีถัดมา กองเชียร์เจ้าถิ่นส่งเสียงเฮกันลั่นสนามจากการประสานงานสุดสวยของ 3 ประสานเริ่มจาก อินิเอสต้า ส่งให้ เอโต้ รอจังหวะก่อนไหลคมกริบให้ เมสซี่ จับด้วยซ้ายก่อนยิงผ่านมือนายทวาร บุทท์ เข้าไป บาร์ซ่านำ 1-0

พอเสียประตู “เสือใต้” อยู่ไม่ได้พยายามดันขึ้นสูงทำให้แดนหลังเปิดพื้นที่เยอะ จนนำมาสู่เสียประตูที่สองในนาที 13 เมสซี่ พาบอลจากทางขวาลากตัดเข้าในก่อนจ่ายทแยงมุมให้ เอโต้ สอดจากแดนหลังหลุดกับดักล้ำหน้าก่อนยิงรอดตัวนายทวาร “เสือใต้” ตุงตาข่าย 2-0

เกมบุกของบาร์ซ่ายังต่อบอลกันไหลลื่นอีก 4 นาที GClub ถัดมาเกือบจะได้จุดโทษ เมสซี่ กระชากเข้าไปทางขวาพยายามลากผ่าน เลลล์ ก่อนจะล้มคะมำในเขตโทษ ทว่าผู้ตัดสินชักใบเหลืองให้จอมเทคนิคอาร์เจนติน่าข้อหาพุ่งล้มเล่นเอา เป๊ป กวาร์โอล่า บิ๊กบอสไม่พอใจโวยวายข้างสนามแบบไม่ยอมหยุด จนกระทั่งกรรมการต้องเชิญขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทร์คนดู

ผ่านครึ่งชั่วโมงแรก “เสือใต้” เป็นฝ่ายครองบอลมากขึ้นแต่เกมรุกขาดประสิทธิภาพเรียกว่าแทบไม่เห็นลีลาของ ริเบรี่ เลยจนกระทั่งนาที 38 กลับเป็น บาร์ซ่า ได้ประตูที่สาม อองรี พาบอลมาทางซ้ายกระชากเกือบสุดเส้นหลังก่อนหักเข้ากลาง เมสซี่ ล้มตัวจิ้มบอลระยะเผาขนเข้าไป บาร์ซ่า นำห่าง 3-0

เกมรับของ บาเยิร์น ยังเละเป็นโจ๊กไม่มีชิ้นดีจนมาเสียประตูที่ 4 ก่อนพักครึ่งแรก 2 นาที เริ่มจาก เมสซี่ ป่วนเกมรับเลี้ยงทางขวาลากตัดเข้าใน ฟาน บอมเมล เข้าแย่งเหมือนจะไปชักศอกเข้าใบหน้า เมสซี่ บอลไหลมาหา เอโต้ ก่อนโดน บอมเมล พยายามสกัด แต่กลายเป็นชงให้ อองรี ยืนตั้งป้อมอยู่ในกรอบเขตโทษทางซ้ายรอสังหารเสียบเสาสองชนิดที่ บุทท์ แทบไม่กระดิก บาร์ซ่า นำสุดกู่ 4-0 ชนิด 3 เทพเช็กชื่อมีสกอร์ครบ