M8 เป็นทีมคนหนุ่มมีความสามารถ

M8

ทีมเยือน M8 เดินเกมรุกอีกครั้งหลัง เอเจ แอนดี้ จอห์นสัน จ่ายเรียดให้ เจมส์ วอห์น กองหน้าดาวรุ่งวิ่งเข้ามายิงไซด์ก้อยด้วยขวาระยะ 25 หลาแต่บอลเลี้ยวหนีเสานิดเดียวเท่านั้น นาที 39 จอห์น คาริว สับไกด้วยขวาระยะ 20 หลาบอลพุ่งแรงเข้าหากรอบแต่ ฮาวเวิร์ด ยังไม่พลาดเซฟเอาไว้ได้อีกครั้ง ก่อนหมดเวลา 4 นาที มาร์ติน โอนีลล์ จัดการแก้เกมส่ง ฌอน มาโลนี่ย์ ลงมาแทน แอชลี่ย์ ยัง กองหน้าดาวรุ่งที่มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ก่อนจะหมด 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์ 1-0 ของเอฟเวอร์ตัน ยิ่งกว่านั้นผมอยากที่จะทำงานหนักและพัฒนาตัวเองให้มากกว่านี้ ผมอยากยิงให้ได้มากกว่านี้ อยากจะจ่ายบอลให้เพื่อนยิงประตูได้มากกว่านี้ และสุดท้ายผมอยากได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก” ทั้งนี้ มีรายงานจากแหล่งข่าวในฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ที่หมายของ ฟลามินี่ ในการย้ายไปเล่นในฤดูกาลหน้าก็คือที่ อิตาลี นั่นเอง แต่ผมก็ไม่ได้ลงเล่นบ่อยนัก มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก และเวลาที่เผชิญสถานการณ์อย่างนี้ นักเตะทุกคนก็ต้องมานั่งตั้งคำถามกับตัวเอง ปีหลังจากนี้จะเป็นช่วงที่สำคัญมากสำหรับผม ผมอยากจะได้ลงเล่นและยกระดับตัวเองขึ้นไปอีก อาร์เซน่อล เป็นทีมคนหนุ่มและมีผู้เล่นที่มีความสามารถมากมาย พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 0 ลิเวอร์พูล 3 พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เปิดสนามฟิลิปส์ สเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล โดยเกมนี้ เจ้าบ้านวางสามประสานแนวรุกอย่างดีเอโก้ ทาร์เดลลี่, เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน และมิก้า วารีเน่น ลงบดแนวรับทีมเยือน ขณะที่ทีมดังจากอังกฤษส่งปีเตอร์ เคร้าช์ ลงประสานงานกับเดิร์ค เคาท์ เริ่มเกม เจ้าถิ่นทักทายก่อนตั้งแต่นาทีที่ 3 จากวารีเน่น แต่บอลไม่ตรงกรอบ จากนั้น ทั้งสองทีมต่างเปิดเกมเข้าหากัน เพียงแต่ยังหาจังหวะยิงประตูแบบจะแจ้งไม่ได้ จนกระทั่งเข้าสู่นาทีที่ 16 ลิเวอร์พูลน่าจะได้ประตูออกนำก่อน จากจังหวะแรกที่รีเซ่ได้ยิงไกล แต่บอลไปติดแนวรับพีเอสวีออกหลัง และในจังหวะถัดมา เจมี่ คาร์ราเกอร์ได้เติมขึ้นมาดขกเต็มหัว บอลทำท่าจะเสียบมุมซ้ายมือผู้รักษาประตู แต่โกเมซยังไว พุ่งปัดพ้นอันตรายไปได้ จากนั้น เจ้าบ้านเริ่มเปิดเกมบุกตอบโต้ และเกือบได้ประตูนำในนาทีที่ 23 จากมิก้า วารีเน่น ที่ได้ง้างเกือกยิงที่เสาสองจากจังหวะเปิดของแยน ครอมแคมป์ บอลพุ่งไปติดคาร์ราเกอร์เข้ามาบล็อก เปลี่ยนทางข้ามคานไปนิดเดียว จนกระทั่งเข้าสู่นาทีที่ 27 รูปเกมที่กำลังเป็นของเจ้าบ้านก็ต้องมารวนจนได้ เมื่อกลับกลายเป็นลิเวอร์พูลที่ออกนำ จากจังหวะที่สวนกลับขึ้นมา และเป็นสตีฟ ฟินแนนโยนบอลจากกราบขวาเข้ามาบริเวณหัวกะโหลก ก่อนจะเป็นเจอร์ราร์ดโถมเข้าโขกเต็มหัว แทงบอลออนไลน์ บอลพุ่งเข้าสู่ก้นตาข่ายให้หงส์แดงตีปีก 0-1 โดนเข้าไปอย่างนี้ เจ้าบ้านถึงกับช็อตไปดื้อๆ ก่อนจะมาเร่งอีกครั้งในช่วงท้ายครึ่งแรก โดยอาศัยฟาร์ฟานคอยป่วนแนวรับทีมเยือน แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้ ทำให้จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูลบุกมานำ 0-1 เริ่มครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลเปิดเกมเข้าใส่ทันที โดยชาบี อลอนโซ่มีโอกาสจบถึงสองครั้งในช่วง 2 นาทีแรกของครึ่งหลัง แต่บอลหลุดเสาประตูออกไป อย่างไรก็ตาม ในนาทีที่ 49 ทีมเยือนก็มาสร้างความได้เปรียบไปแบบสุดกู่ เมื่อยอน อาร์เน่ รีเซ่ได้จังหวะพาบอลมานอกกรอบเขตโทษ ก่อนจะสับไกด้วยซ้าย ส่งบอลติดไซด์ก้อยเข้าเสียบเสาชนิดโกเมซไปไม่ทัน ทำให้ลิเวอร์พูลบุกมานำ 0-2 พีเอสวีต้องเปลี่ยนตัวทันที หลังโดนประตูที่สอง โดยส่งเอาแพทริค ไคลเวิร์ตลงมาแทนเอดิสัน เมนเดซที่เล่นไม่ออก โดยคาร์ลอส ซัลซิโด้ได้จบให้เจ้าบ้านบ้างในนาทีที่ 54 แต่แนวรับลิเวอร์พูลยังต้านทานไว้ได้ จากนั้น รูปเกมก็กลับมาเป็นของหงส์แดงโดยรีเซ่ และอลอนโซ่ได้ยิงประตูสร้างความลำบากใจให้โกเมซได้ จนเวลาล่วงเลยเข้าสู่นาทีที่ 63 เกมก็มาขาดแบบหลุดลุ่ย เมื่อฟินแน่นแผลงฤทธิ์อีกครั้ง จากจังหวะเปิดบอลเข้าไปกลางประตูให้ปีเตอร์ เคร้าช์อย่างแม่นยำ ก่อนหัวหอกร่างโย่งจะโหม่งส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายเป็น 0-3 เหลืออีกช่วง 25 นาทีสุดท้าย ดูเหมือนว่าพีเอสวีจะเริ่มถอดใจ

แม้จะทำเกมรุกแต่ก็ยังไม่หวือหวาพอที่ แทงบอล M8BET จะสร้างความลำบากใจให้แนวรับหงส์แดงได้ ขณะที่ลิเวอร์พูลก็เล่นเพื่อรอเวลาหมด ทำให้จบเกม พีเอสวี พ่ายลิเวอร์พูลคารัง 0-3 ปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน ลงเล่นในซานซิโร่ต้อนรับการมาเยือนของ เสือใต้ แห่งเยอรมัน บาเยิร์น มิวนิค โดยเกมนี้เจ้าบ้านจากอิตาลีส่งอัลเบอร์โต้ จิลาร์ดิโน่ ลงล่าตาข่ายในแดนหน้าคนเดียว พร้อมกับอัดแดนกลางไว้ถึง 5 คน ขณะที่บาเยิร์นของอ๊อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ ส่งลูคัส โพโดลสกี้ ลงยืนแดนหน้าร่วมรอย มาคาย แต่ทีมเยือนต้องโอลิเวอร์ คาห์น และมาร์ค ฟาน บอมเมล ที่ติดโทษแบน เริ่มเกมเป็นทีมเยือนที่ทักทายเร็วตั้งแต่นาทีแรก จากลูกยิงไกลของวิลลี่ ซาญอล แต่บอลเหินข้ามคาน ถัดมา 4 นาที อันเดรีย ปีร์โล่ ได้ส่องไกลจากระยะ 35 หลา แต่ไปติดบล็อก ขณะที่จังหวะต่อมา จิลาร์ดิโน่ได้ยิงในกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาซ้ายมือออกไป จากนั้นในจังหวะสวนกลับ บาเยิร์นมาได้โขกบ้างจากมาคาย แต่บอลหลุดกรอบขวามือ หลังจากพ้น 5 นาทีแรก ทั้งสองทีมเริ่มผ่อนเกมลงมา จนถึงนาทีที่ 12 บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ได้สับไกจากบริเวณกรอบเขตโทษด้านซ้าย แต่บอลไม่เข้ากรอบ จากนั้น อีก 3 นาที เอซี มิลานมีโอกาสส่งบอลเข้ากรอบครั้งแรก จากจังหวะโหม่งของมัสซิโม่ อัมโบรซินี่ ที่โขกลูกเปิดของมัสซิโม่ อ็อดโด้ แต่บอลไปติดเซฟมิชาเอล เรนซิ่ง นายทวารที่ได้ลงเป็นตัวจริงในเกมนี้ นาทีที่ 24 ดิด้า นายทวารเจ้าบ้านได้ออกแรงบ้าง จากจังหวะยิงนอกกรอบเขตโทษด้วยขวาของอันเดรียส อ็อตเทิ่ล จากนั้นทั้งคู่เริ่มเปิดแลกกัน โดยสองนาทีต่อมา คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ได้ยิงไกลแต่บอลหลุดกรอบออกไป เช่นเดียวกับฮาซาน ซาลิฮามิดซิซที่กดบอลไม่ลง เหินข้ามคาน เข้าสู่ครึ่งชั่วโมงของเกม ทีมเยือนเกือบได้ประตูนำบ้างจากลูกยิงด้วยซ้ายของอ็อตเทิ่ล แต่ดิด้ายังเซฟไว้ได้เยี่ยมที่เสามุมล่างซ้าย จนกระทั่งมาถึงนาทีที่ 36 เอซี มิลานน่าจะได้ประตูขึ้นนำอย่างที่สุด เมื่ออัลเบอร์โต้ จิลาร์ดิโน่ได้ทิ้งตัวโขกจ่อๆ 5 หลา แต่บอลไปติดมือเรนซิ่งที่ผวาไปอีกทางแบบเหลือเชื่อ ขณะที่จังหวะดีดกลับหลังซ้ำก็เหินข้ามคานออกไป อย่างไรก็ตาม มิลานก็ยังไม่ละความพยายาม และในนาทีที่ 40 กองเชียร์ในซาน ซิโร่ ก็ได้เฮกระหึ่ม เมื่ออ็อดโด้ได้บอลทางกราบขวา ก่อนจะเปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษ ซึ่งเป็นจังหวะที่ปีร์โล่ฉีกแนวรับทีมเยือนเข้าไปโขกย้อนศร ส่งบอลข้ามหัวเรนซิ่งเข้าสู่ก้นตาข่าย เอซี มิลานนำ 1-0 จากนั้น มิลานยังโหมบุกต่อ และเป็นมาเร็ค แยนคูลอฟสกี้ ที่ได้จบสกอรืบ้าง แต่คราวนี้ ไม่ตรงกรอบ ทำให้จบครึ่งแรก เอซี มิลานยังนำอยู่ 1-0 เริ่มครึ่งหลัง รูปเกมเป็นมิลานที่เหนือกว่า พนันบอล โดยเจ้าบ้านพยายามเดินหน้าบุกหาประตูที่สอง โดยกาก้า และอ็อดโด้ต่างมีโอกาสจบสกอร์คนละหน แต่ก็ไม่สามารถส่งบอลให้ตรงกรอบ จากนั้น ยังเป้นกาก้า และอ็อดโด้เหมือนเดิมที่มีโอกาสสับไก หลังผ่านหนึ่งชั่วโมงของเกม แต่ยังไม่เป็นประตู ทำให้ทีมเยือนต้องแก้เกมด้วยการส่งเคลาดิโอ ปิซาร์โร่ และคริสเตียน เลลล์ ลงมาแทนซาญอล และโพโดลสกี้ เข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย บาเยิร์นเริ่มทำเกมรุกได้น่ากลัวอีกครั้ง โดยรอย มาคาย ได้จบสกอร์ แต่ยังไม่เข้ากรอบ แต่ในนาทีที่ 78 ทีมเยือนจากเยอรมันก็มาประสบผลสำเร็จ เมื่อเคลาดิโอ ปิซาร์โร่ได้โหม่งจังหวะแรก บอลไปติดบล็อกแนวรับเจ้าบ้าน ก่อนจะเป็นดาเนี่ยล ฟาน บุยเต็น กองหลังทีมชาติเบลเยี่ยมของทีมเยือนเข้าซ้ำด้วยซ้าย ส่งลูกหนังตุงตาข่าย 1-1 รูปเกมช่วงท้ายเกมเปลี่ยนทันที โดยเป็นทีมเยือนที่ได้กำลังใจ และพยายามบุกเพื่อยิงประตูต่อมา แต่จังหวะโหม่งของชไวน์สไตเกอร์ และปิซาร์โร่ ไม่ตรงกรอบ